Pitch's profilePitchiePhotosBlogListsMore Tools Help

Pitch Muenrak

Occupation
Location
November 27

ดองเค็ม

ไหนๆก้อไหนๆบลอกเค็มได้ที่แล้วมาอัพบ้างดีกว่าเหอๆ
 
ช่วงนี้ก้อยุ่งๆมากมาย ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง
 
เคยสังเกตุมั้ยว่าเวลาว่าง แม่งจะว่างแบบ ว่างชิบหาย ทำไมกุไม่มีอะไรทำขนาดนี้
 
แต่พอมันยุ่ง มันก้อจะ ยุ่งชิบหาย ทำไมกุยุ่งขนาดนี้
 
ทำมัยมันไม่ยุ่งแบบ พอดีๆ
 
แต่ถ้าให้เลือก กุเลือกที่จะยุ่ง ดีกว่าว่ะ
 
จบ
 
เขียนอะไรไม่มีสาระเลย
 
 
เอ้า เอาอีกซักเรื่องก้อได้
 
วันก่อนขับรถไปบนถนน ตอนเยนๆ แถวๆพญาไทย
 
รถติดชิบหาย เป็นปกติ
 
สิ่งทีสังเกตุได้อย่างนึงคือ รถเมล์
 
ไม่ว่าจะเป็น รถน้ำเงิน รถแดง รถเขียวเล็ก รถส้ม แอร์ ไม่แอร์ รถรวม
 
แม่งไม่ค่อยจะวิ่งเลนซ้ายกันเลย
 
แล้วพอถึงป้าย มันก้อจะเข้าซ้าย เพื่อจอดป้าย ไม่ได้
 
มันก้อเลยจอดรับส่งคนแม่งกลางถนนซะงั้น
 
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งของรถติดใน กทม.
 
ถนนตัวอย่างที่อยากจะยกเป็นกรณีศึกษาคือ ถนนรามคำแหง
 
เส้นนั้นก้อติด
 
แต่จะติดหนักเฉพาะเลนซ้ายครับ
 
 
เพราะอะไร.....!?!?!?!
 
เพราะว่า ตร. จราจร แถวนั้น เคี่ยวกับรถเมล์มาก นั่นเอง
 
มันจะแซงไปเลนอื่นไม่ได้ เข้าคิวกันอยู่อย่างนั้น
 
จะว่าดี มันก้อดี รถทั่วไปวิ่งเลนอื่นได้อย่างสะดวก
 
แต่ว่า คนบนรถเมล์ล่ะ........
 
 
 
ไม่รู้โว้ย จบดีกว่า
June 20

GDP

GDP=Y=C+I+G+(X-M)
 
(X-M) roughly= CA
 
Y=C+I+G+CA+T-T (the last 2Ts can be cancelled out)
 
(Y-T-C)-I+(T-G)= CA
 
finally
 
(S-I)+(T-G)=CA
 
 
ARKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKKK
May 01

ตำรวจ

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ โดนตำรวจเรียกได้เรียกดี งานบอลก้อโดนเมาขับ สงกรานต์ก็โดนเรื่องรถกระบะ วันนี้แม่งก้อโดนฝ่าไฟแดง
 
ไอ้ห่า ก็คันหน้ามันไปนี่หว่า กูก็ไปมั่ง รถก็ว่างซะ แม่งมาจับกูคนเดียว ถามมันว่า มัยไม่จับคันหน้าด้วย มันบอกว่า ผมมีคนเดียวจะเอามือที่ไหนไปจับหลายคัน อ่าว ไอ้ชิบหาย พูดงี้ได้ไงวะ จะจดเลขหมวกมาอยู่แล้ว พี่ที่ขับตามมาด้วยกัน อีกคันนึงลงมาช่วยไว้ อ้ายห่า เลือกปฏิบัตินี่หว่า จับกูแต่ไม่จับคันหน้า
 
ถ้าเจออย่างนี้อีก กูจะฟ้องศาลปกครอง แสดดดดดด
 
 
อย่าลืมไปอ่านเรื่อง indo นะครับ พอดีอัพพร้อมกันสองเรื่อง
 
February 18

Just Another day

วันนี้โดดงาน ตั้งใจจะไปสมัคร MABE ที่จุฬา และไปรัฐสภาไปเอารายกงานการประชมตอนผ่านกฎหมายสองตัว เอามาทำงานน่ะ ดูตารางแล้วท่าจะวุ่นก็เลยบอกเจ้านายขอลาไปเลยดีก่า
 
รุ่งเช้า ความที่ไม่ต้องไปทำงานเลยตื่นแม่งสะ 9 โมง เอาว่ะเข้า m ไปดูซืว่ามีใครออนป่าว ก้อเจอคนที่ office ก้อจัดการเยาะเย้ยซะว่าวันน้เค้าหยุดนะ คริคริ ก็ได้รับคำด่าอาฆาตแค้นมามากมาย ตามฟอร์ม
 
เอาล่ะหาของ เตรียมเอกสาร หาปริญญาเจอละแต่ยังไม่ได้ซีรอกเลย ช่างแม่งไว้ไปจัดการเอาดาบหน้า
 
สิบโมงครึ่งฤกษ์ดี ควบอีขาวออกจากบ้าน วิ่งชิลๆไปเรื่อยๆ มีกดหนีชาวบ้านเล็กน้อยตามประสา ถึงจุฬา อืม ต้องแวะ สทป ก่อนนี้หว่า ไปเอา transcript จอดรถที่ไหนดีล่ะนี่ เออ ข้างๆตรงสำนังทรัพย์สินแม่งไม่กั้นนี่ว่า เส็ดกู คริคริ
 
ลงจากรถ ขว้ากระเป๋า เดินไปยัง สทป เดินขึ้นไปชั้นสอง ควักใบรับออกมา ไปยื่นช่องสอง เจ้าหน้าที่บอก "ขอดูบัครด้วยค่ะ" ไอ้เราก็เอามือล้วงไปเป๋าหลังของกางเกง เหย ไม่มีเป๋าตัง หรืออยู่ในเป๋าสะพายหว่า ค้นดู ชิบหาย ไม่มี เอาแล้วไง สงสัยลืมไว้ในรถแน่ เจ้าหน้าที่ก็คืนใบรับมา บอกเด๋วมาเอาละกัน
 
เดินกลับไปที่รถ ค้นหาทุกซอกมุม ชิบหาย อยู่บ้านแหงมๆ
 
กูต้องกลับบ้านไปเอาหรือนี่
 
ช่างแม่งไหนๆก็ลางานแล้ว ตอ้งเอาให้ได้เรื่อง คิดได้ดังนั้น ก็โทรหาเสด็จเตี่ย บอก "พ่อๆ อยู่บ้านป่ะนิ ดูบนโต๊ะหน่อยมีเป๋าตังพิชป่าว" "พ่ออยู่บ้านลุงว่ะ แต่ถ้าจะมาแล้วก็แวะมารับกลับด้วยนะ" เอาแร้วไงกรู เกิดกลับไปแล้วมันไมมีบนโต๊ะ แต่ตกอยู่ตามซอกในรถนี่โง่เลยนะ แต่ก็หาแล้วไม่มีนี่หว่า เอาวะกลับก็กลับ
 
ตัดสินใจตีทางด่วนมา ไปขึ้นตรงด่านหัวลำโพง ระหว่างทางเจอ Civic Type R แท้ๆ โอ งามหลาย สีเดียวกะอีขาวเลย คิคิ ซักวันจะเป็น Fit type R กะเค้าบ้าง คิคิ
 
ขึ้นทางด่วนมา มีช่องก้อมุดมาเรื่อยตามสันดาน พอแถวๆทางแยกไปบางนา รถเยอะ มุดไม่ได้ ก็วิ่งขวามาเรื่อยๆ ก้อมีวีโก้ป้ายแดง เอ ไม่เห็น scoop บนฝากระโปรง คงเป็นตัว 2.5 ไม่มีอินเตอร์ล่ะมั้ง มาตามๆอยู่ แรกๆก็ไม่ได้อะไร พอรถเริ่มโล่ง มันก็จะแซงซ้าย แต่เป็นจังหวะที่กรูกดตามคันหน้าพอดี มันแซงขึ้นไม่ได้ เลยลงซ้ายไปอีกเลน แล้วกลับมาตามหลังอีกทีนึง ทีนี้ล่ะเกาะใหญ่เลยนะเมิง ไอ้เราเห็นดังนั้นเลยลองกดหนีมันดูซิ โห แม่งกดตามมาติดๆ โห หนีแทบไม่ออกเลยวุ้ย ที่เค้าว่ากันว่าวีโก้มันแรงนี่ถ้าจะจริง แต่นี่มันแค่ 2.5 xtracab ไม่มีอินเตอเองนะ อ้ายกูก็เคยขับ 3.0 ใน fortuner ก็ว่ามันแรงดีแต่ก็ไม่น่าขนาดนี้นี่หว่า
 
เอาล่ะ ถึงทางลงแล้ว แต่วีโก้ก้อยังดูดตูดมาติดๆ และเลนซ้ายเป็นที่อยู่ของรถทัวร์และรถพ่วงตามลำดับ เห็นดังนั้นได้ครั้นจะไปเข้าหลังรถพ่วงก็ต้องเบรคกันสุดตรีน เด๋ววีโก้มันจะจิ้มตูดอีขาวเอา อาศัยว่าตัวเล็กเลยลอดช่องระหว่างรถใหญ่ทั้งสองลงทางด่วนไป ขณะลงก้อมองกระจกหลัง เอ อีโก้มันก็ลงตามกรูมานี่หว่าแต่คงไปเข้าหลังรถพ่วงเพราะรูมันเล็ก คงไม่อยากเสียง คิคิ
 
ลงทางด่วนมาเลาะมาทาง RCA อ่าวเอ๊ยอะไรทองๆวิ่งมาทางขวาวะ ออ วีโก้ป้ายแดงเจ้าเก่านั่นเอง อ่าวเฮ้ยแม่งขึ้นคอสะพานซะล้อลอยเลย กรูชะลอก่อนดีกว่าเด๋วปีกนกกระจุย คิคิ
 
และแล้วรถก็เริ่มติด อืม ไปอยู่ข้างหลังวีโก้ดีก่าเป็นฝ่ายดูดมันมั่ง มันก็ตามสไตล์อ่ะนะ พยายามมุดแต่ตัวใหญ่ๆก็มุดยากใช้ที่เยอะหน่อย เราก็เริ่มจากการมุดตามมันไปเรื่อยๆ พอจังหวะลงสะพานจากถนนหน้า RCA มาพระรามเก้า วีโก้มันคงเห็นท่าไม่ดี มันก็เลยตีขวาเข้าช่องใหญ่ อ่าว เสร็จกรูทีนี้ เลาะซ้ายมาเรื่อยมุดเข้าแถวๆข้างหน้า ต่ำช้าแต่ก็ชนะ 55555 หลังจากนั้นก็เห็นวีโก้พยายามมุดอยู่ในกระจกหลังแต่ขอโทษฮะผมมุดไปไกลแล้ว คิคิ
 
อ่าวมุดเพลินถึงแยก premier ละ เลี้ยวซ้ายจขะไปบ้านลุง ไปรับพ่อก่อน พอไปถึงซอย เอ กูก็ว่าใช่ซอยนี่นี้หว่า แล้วมัย บ้านลงกรูมันราบเป็นหน้ากลองอย่างนั้นล่ะวะ เอ ถ้าไม่ดีสงสัยผิดซอย เอ้าออกไปก่อน
 
วนอยู่ 3 รอบได้ ถึงจะรู้ว่า ไอ้ซอยที่เข้าไปตั้งแต่แรกนะถูกแล้ว บ้านที่โดนทุบเป็นหลังข้างๆบ้านลุง โง่จิงกู
 
รับพ่อ กลับมาบ้านวิ่งเข้ามาหาเป๋าตั้ง นั่นไงอยู่บนโต๊ะ แสดดด กูก็ว่าเอาติดมือไปแล้วนะ ไม่เป็นไรได้มาแล้วรีบไปดีก่า
 
 ออกมาจากบ้านอีกรอบ กว่าจะถึงจุฬาก็ เที่ยง 45 เอาวะยังติดพักเที่ยงอยู่เลยไปนั่งรอแล้วกัน ก็ไปจอดรถตรงข้างหน้า สทป นั่นแหละจอดปิดไว้แมร่งเลย คิคิ ยามก็หันมาดูแต่ก็อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ (ยังกะคนขับสิบล้อ เวลามันไปชนคนอื่น)
 
ขึ้นมานั่งรอ อืม คนมารอเพียบเลยแฮะ ทั้งน้องๆสาวๆในชุดนิสิต คิคิ น่าร้าก
 
นั่งไปนั่งมา เหงาโว้ย โทหาคนอื่นดีก่า โทหาโกะ มันก็กินข้าวอยู่ (แกเห็นอาหารดีกว่าชั้นอีกแล้วนะ) คุณนายปุ่น ก็ติดสายกับ...(ใครวะ กูจำไม่ได้) โทหาใครดีวะ เออ กิฟฟูฯแล้วกัน อ่า โทไปประชุมเส็ดพอดี กำลังหิวได้ที่ (คงกินควายได้ทั้งตัว 55) และมันก้อบ่นอย่างกินเจ๊แดง (ร้านส้มตำในสามย่าน อร่อยเหาะแต่ขึ้นชื่อเรื่องนานและคนเยอะ) ไอ้เราก็ปากไวชวนไป มันก็เริ่มลังเลเพราะต้องกลับไปประชุมต่อ ไปๆมาๆสุดท้ายมันก็ยอมมา 555 เอาวะไปรับมันหน่อยแล้วกัน
 
ไอ้เหี้ย เรื่องแม่งเยอะงี้วะ เด๋วมาเขียนต่อละกัน
 
February 03

วันนี้ วันซวย

วันนี้ วันที่ 3 กพ 2549 ได้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมายแก่คนรอบตัวกระผม หรือผู้ใกล้ชิดของเขาเหล่านั้น ดังต่อไปนี้
 
- แม่เพื่อนที่ป่วยมานาน ได้เสียชีวิตลง
- เพื่อนคนหนึ่ง ถูกบอกรัก โดยเจ้านาย (อันนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าซวยดีเปล่า แต่ก็ทำให้คิดมากได้ในระดับสูงแล้วกัน)
- เพิ่อนอีกคน มีปัญหาหัวใจ ทำนอง รักสามเส้า โดนจับเคลียร์ซึ่งหน้า อืมๆ
- เพื่อนอีกคน ขับรถกลับจาก ต่างจังหวัด โดนรถพ่วงปาดหน้า เบรคไม่อยู่วิ่งเข้าไปชนยับ ดีว่าตัวมันไม่เป็นอะไร
- เพื่อนที่ทำงานของเพื่อน บ้านไฟใหม้
- ฯลฯ
 
วันนี้มันวันอะไรวะนี่
February 01

VTEC

VTEC หิหิ ชื่อนี้สาวกฮอนด้า ทุกท่านต้องคุ้นเคยกันดีกับเทคโนโลยีที่ทำให้เครื่องยนมีแรงงทั้งรอบต้นและรอบปลายกดกันมันส์ตีนมากๆ สมัยก่อนกระผมมะได้ใช้ฮอนด้า ใช้โตต้าก็มีความรังเกียจพวก VTEC เป็นอันมากเพราะแม่งแรงเหลือเกิน เห็นเป็นไม่ได้ต้องไปกดไล่มันแต่ก็แพ้ทุกทีไปเพราะ vvt แม่งสู้ไม่ได้นี่หว่า เหอๆ มาตอนนี้ใช้ฮอนด้าแล้วก็ไปเจอบทความเกี่ยวกะ วีเทค และวาล์วแปรผัน เขียนโดย คุณ วรพงษ์ สิงเขียวพงษ์ จึงอยากจะนำมาไว้ในบล๊อก เป็นความรู้ให้ทุกท่านได้อ่านกันนะฮะ
 
เครื่องยนต์ระบบ VTEC ต่างกับเครื่องยนต์ทั่วไปอย่างไร

 


หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า VTEC และอาจสงสัยว่าระบบนี้ทำงานอย่างไร แต่ที่รู้ ๆ ถ้ารถที่ใช้เครื่องยนต์ระบบ VTEC แล้ว จะวิ่งแรงแซงฉิว
เพื่อให้หายสงสัย ช่างฮอนด้าคาร์ส์จึงหยิบยกมาพูดคุยกันในคราวนี้
VTEC ย่อมาจาก (VARIABLE VALVE TIMING AND VALVE LIFT ELECTRONIC CONTROL SYSTEM) คือ ระบบที่ควบคุมการทำงานของวาล์วไอดี ให้เหมาะสมกับการทำงานของ รอบเครื่องยนต์ในแต่ละช่วง โดยในเครื่องยนต์ปกติทั่วไป ที่ไม่มีระบบ VTEC หรือการควบคุม การทำงานของวาล์วไอดี จะมีระบบและช่วงเวลาของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีที่ตายตัว นั่นหมายถึงว่า ปริมาณของอากาศที่ไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ จะสม่ำเสมอเท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์ที่สูง หรือต่ำ
โดยปกติสัดส่วนอากาศที่เข้าไปผสมเชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้นั้น ต้องมีปริมาณที่เหมาะสม เพื่อที่จะให้การเผาไหม้สมบูรณ์หมดจด ดังนั้นเครื่องยนต์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป ไม่สามารถทำให้เหมาะสม ได้ คือ ไม่สมบูรณ์ 100% นั่นเอง
ระบบ VTEC หรือระบบควบคุมการทำงานของวาล์วไอดี จะควบคุมระยะและช่วงเวลา ของการเปิด-ปิดวาล์วไอดี ให้เหมาะสมกับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ส่วนผสมของอากาศที่เข้าห้องเผาไหม้ จะอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมตลอดเวลา และส่งผลต่อเนื่องกับการประหยัดเชื้อเพลิง ตลอดจนกำลังที่เพิ่มขึ้นด้วย
ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ เครื่องยนต์ต้องการอากาศในการเผาไหม้ในปริมาณที่ต่ำกว่า รอบเครื่องยนต์สูง ซึ่งอาจจะเปรียบเทียบได้กับการที่คนเราเดินและวิ่ง ต่างก็ต้องการอากาศในการหายใจที่ไม่เท่ากัน โดยระบบ VTEC จะบังคับให้วาล์วไอดีตัวที่หนึ่ง (ซึ่งปกติจะมีวาล์วไอดี 2 ตัว วาล์วไอเสีย 2 ตัว ต่อ 1 สูบ) เปิดน้อยกว่าวาล์วไอดีอีกตัวหนึ่ง ทำให้อากาศไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในปริมาณที่เหมาะสม กับที่เครื่องยนต์ต้องการในการเผาไหม้
สำหรับที่รอบเครื่องยนต์สูง ระบบ VTEC จะบังคับให้วาล์วไอดีทั้ง 2 ตัว เปิดในระยะที่กว้างขึ้น และในช่วงเวลาที่มากขึ้น เพื่อทำให้อากาศที่ไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้มากขึ้น เพียงพอกับการที่เครื่องยนต์ในรอบเครื่องยนต์สูงต้องการ
ด้วยสาเหตุนี้เอง เครื่องยนต์ที่มีระบบ VTEC จึงมีสมรรถนะสูงที่จะทำให้ทุกช่วงของการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์สูงหรือต่ำ มีการตอบสนองที่สมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดเชื้อเพลิง หรือกำลังของเครื่องยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์ของรถยนต์ทั่ว ๆ ไป ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีระบบควบคุมอย่าง VTEC นั่นเอง
ตอนนี้คงหายสงสัยแล้วว่า ทำไมรถที่ใช้เครื่องยนต์ระบบ VTEC ถึงได้แรงขนาดนั้น
หมายเหตุ - การทำงานของเครื่องยนต์ที่มีระบบ VTEC นั้น จะมีตัวเซนเซอร์ 4 ตัว ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังกล่อง EUC (ELECTRONIC CONTROL UNIT) เพื่อทำการประมวลผล และจะสั่งงานให้แรงดันน้ำมันเครื่องทำการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วไอดี
ช่างฮอนด้าคาร์ส์
double vanos จะเหมือนกับ vvt-i แต่ จะต่างกันที่ แปรผันทั้งไอดี และ ไอเสีย แต่ เครื่อง *** รุ่นหลังๆ จะแปรผันกันทั้ง2ฝั่งแล้ว

VTEC คือ มีลูกเบี้ยว2ชุด ชุดนึง ใช้รอบต่ำ อีกชุด รอบสูง
ข้อดี
จัดกว่า และ ถ้าขับไม่เร่งมาก จะประหยัด
ข้อเสีย
รอรอบ (ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ซีวิคตาโต)
ซดน้ำมัน
แพง

VVT-i คือการปรับ"เวลา"การเปิดวาล์ว ให้เร็วขึ้น แต่ ระยะเวลาในการยก และ ระยะยกเท่่าเดิม
ข้อดี
ถูก
ไม่รอรอบแบบวีเทค
ข้อเสีย
อั้น

I-Vtec จะรวมทั้ง VVT-i และ Vtec เข้าด้วยกัน
VVTI บิดแคมทั้งแท่ง เพื่อให้วาว์ล ปิดเปิด เร็วขึ้นหรือช้า
ลงครับ ตามรอบที่ตั้งไว้

VTEC เหมือนกับเอาแคมรถแข่งใส่ไว้อีกตัวนึง จะมีลูก
เบี้ยวเพิ่มเข้ามาอีกชุดนึง รอบต่ำๆก็ใช้แคมสำหรับรถบ้าน
ประหยัดน้ำมัน เมื่อถึงรอบสูง ก็จะใช้ลูกเบี้ยวอีกชุดนึง
จะทำให้ระยะเวลาในการเปิดวาว์ล เปลี่ยนไป นานขึ้น
เพื่อให้อากาศเข้าได้มากขึ้น (อย่าไปสับสนกับ VVTI
อันนี้ระยะเวลาเปิดวาว์ลเท่าเดิมระบบนี้รถสมัยนี้มีเกือบ
หมด..) ระยะลิฟเพิ่มขึ้น คล้ายๆกับเอาแคมองศาสูงมา
ใส่เข้าไป

I-Vtec ก็คือ ระบบ VVTI+VTEC ละครับ
VVT-I : VARIABLE VALVE TIMING-INTELLIGENCE หนึ่งในระบบแปรผันการเปิด-ปิดวาล์ว เพื่อให้เกิดกำลังสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงกว้าง และมีการตอบสนองดีทุกความเร็วรอบของเครื่องยนต์เครื่องยนต์ 4 จังหวะที่ใช้กันทั่วไป มีการทำงานแบ่งเป็น 4 จังหวะ ดูด-อัด-ระเบิด-คาย โดยการหายใจเข้าในจังหวะดูดและการหายใจออกในจังหวะคายของเครื่องยนต์ ทำโดยผ่านตัววาล์วไอดีและไอเสีย ซึ่งมีการควบคุมการเปิด-เปิดด้วยลูกเบี้ยวบนแคมชาฟต์ (เพลาราวลิ้น) ทำหน้าที่กำหนดให้มีช่วงระยะเวลา ความนาน และระยะยกของการเปิดวาล์วตามที่ออกแบบไว้

รอบการหมุนของเครื่องยนต์ที่เป็นช่วงกว้างตั้งแต่รอบเดินเบาเกือบ 1,000 รอบต่อนาที สูงขึ้นไปจนถึงจรดแ

   ต ก็ยังเป็นเครื่องตัวเดิมอยู่ จากนั้นทำ 3 ประตูตาโตออกมาก็เปลี่ยนเป็นเครื่อง B 16 B ตัวแรง แต่งพิเศษ

B 18 C

ทีนี้เป็นเครื่องที่ใหญ่ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัว B 18 C นี้จะอยู่ใน INTREGA รหัส DC2 (DC1 เป็นเครื่องZC 1600CC) จะเป็นทั้งตัว ธรรมดา และ Type R ด้วย โดยตัวหลังจะปรับปรุงทั้ง แรงม้า แรงบิด เพิ่มกำลังอัดและเปลี่ยนโปรแกรมควบคุมใหม่ ให้เพิ่มมากขึ้น จนได้แรงม้า 200 ตัว

H 22 A

อีกตัวครับของเครื่อง VTEC ที่ใหญ่ที่สุดคือตระกูล H 22 A ที่วางทั้ง ACCORD CD6 และ PRELUDE BB4 ที่มีการเปลี่ยนโฉมกันใหม่ในปี 1996 - 1997 และในPRELUDE BB6 รุ่นใหม่ปี98จะเป็นเครื่องยนต์ H22A รุ่น 220 แรงม้า กับรุ่น 200 แรงม้า


ความแตกต่างของเครื่อง VTEC

B 16 A VTEC เล็ก

เห็นชัดๆคือตัวอักษร VTEC ที่มีขนาดเล็กอยู่ใต้ตัวอักษร DOHC ที่มีขนาดใหญ่กว่า รางหัวฉีดเข้าเครื่องจะมีลักษณะทรงกลมขนาดใหญ่ ถัดจากรางหัวฉีดจะเห็นท่อไอดีเขียนคำว่า PGM-FI ตัวนูน คลัตช์เป็นแบบสาย ที่เกียร์จะไม่มีปั๊มคลัตช์ เลขเครื่องเริ่มตั้งแต่ 1,000,000 ขึ้นไป ตัวเลขจะมี 6 หลัก ผลิตตั้งแต่ปี 1990 ถึง 1991

B 16 A VTEC ใหญ่

อีกครั้งดูที่ตัวอักษร VTEC จะมีขนาดใหญ่หว่า ตัวอักษร DOHC รางหัวฉีดเป็นแบบแบน และไม่มีอักษรใดๆบนท่อไอดี แต่จะเป็นเส้นขวางแทน ระบบคลัตช์เป็นแบบน้ำมัน ที่เกียร์จะมีปั๊มคลัตช์อยู่ เลขเครื่องเริ่มตั้งแต่ 5,400,000 ถึง 5,700,000 ส่วนปีใหม่กับปีเก่าของเครื่องตัวนี้ดูจาก Vacuum เซ็นเซอร์ ถ้าเซ็นเซอร์แยกออกมาจากเครื่องจะมีเลขเครื่องตั้งแต่ 54-55 หรือปี 1992-1993 แต่ถ้าเป็นตัวเซ็นเซอร์อยู่บนลิ้นปีกผีเสื้อ จะมีเลขเครื่องตั้งแต่ 56-57 หรือปี 1993-1994 และเครื่องยนต์ที่มีเลขตั้งแต่ 56 ขึ้นไปจะมี Limited Slip มาให้ด้วย B16A-170ม้า body ตาโตเลขเริ่มต้นที่58xxxxx-63xxxxxเป็นปี96-00จะเป็นกล่องยาว(ECU)

B 16 B VTEC

แดงมาแต่ไกลเลย ฝาครอบวาล์วจะเป็นสีแดงเด่นชัด รางหัวฉีดเป็นแบบกลมเหมือน VTEC เล็ก แต่จะมีขนาดลิ้นปีกผีเสื้อที่ใหญ่ขึ้น เลขเครื่องเริ่มตั้งแต่ 1,000,000ขึ้นไปหรือปี 1997 ขึ้นไป ในปใหม่กว่านี้จะมีขนาดของปั๊มพาวเวอร์ที่เล็กลงด้วย

B 18 C VTEC

ลักษณะของท่อไอดีจะเปลี่ยนเป็นแบบคว่ำลงรางหัวฉีดเป็นแบบกลม Vacuum จะอยู่บนตัวเรือนลิ้นปีกผีเสื้อ เลขเครื่องจะเริ่มตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ผลิตปี 1992 เลขเครื่อง11ผลิตปี 1993 เลขเครื่อง 12 ผลิตปี 1994-1997 ในปีที่มีเลขเครื่อง 10-12 กล่องควบคุมจะสั้น ส่วนตั้งแต่เลขเครื่อง 12 กล่องควบคุมจะยาว และขนาดปั๊มพาวเวอร์ที่เล็กลง เครื่องตั้งแต่ปี 1995 จะมี Limited Slip มาให้ด้วย



B 18 C VTEC Type-R

ลักษณะเด่นของ Type-R คือฝาครอบวาล์วจะมีสีแดงเด่น ท่อไอดีจะเหมือนกับ B 16A แต่จะใหญ่กว่า มีรางหัวฉีดกลมขนาดใหญ่ ฝาครอบสายหัวเทียน98เป็นลายcevlar 96เป็นสีเงินธรรมดา
ปั๊มพาวเวอร์เล็กแต่สายน้ำมันพาวเวอร์จะใหญ่ เลขเครื่อง 19 ผลิตปี 1996 เลขเครื่อง 20 ผลิตปี 1997 เลขเรื่อง 21 ผลิตปี 1998 ขึ้นไป
และอยู่ในรุ่น INTEGRA ที่มีดุมล้อ 5 รู 98ท่อร่วมไอเสียจะเป็นท่อแยก(เฮดเดอร์จากโรงงาน) 96จะเป็นท่อไอเสียแบบปกติทั่วไป

H 22 A VTEC

เป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่ ถ้ามีแรงม้า 200 เลขเครื่อง 10 ผลิตปี 1991-1992 เลขเครื่อง 11 ผลิตปี 1993-1994 เลขเครื่อง 20 ขึ้นไปผลิตปี 1995-1996 ส่วนที่อยู่ใน PRELUDE ตัว 200 แรงม้า จะผลิตปี 1997 ขึ้นไปมีดุมล้อ 5 รู
ส่วนเครื่องที่มีแรงม้า 220 จะมีฝาครอบวาล์วเป็นสีแดง อยู่ใน PRELUDE ตัว Type-S ตั้งแต่ปี 1997 เลขเครื่องตั้งแต่ 40 ขึ้นไป ดุมล้อเป็นแบบ 5 รู
ในตัว ACCORD ตัว 190 แรงม้า ตัวนี้ VTEC จะเปิดเร็วกว่าในตัว PRELUDE ผลิตปี 1992-1997



สาระน่ารู้เกี่ยวกับVTEC

ส่วนเรื่องเกียร์ LSD นั้นจะเป็น option สำหรับเครื่อง B16A ตั่งแต่เลขเครื่อง56xxxxxเป็นต้นไป ส่วน B18C จะเริ่มที่101xxxx แต่ถ้าเป็นเครื่องฝาแดงแล้วจะมี LSD ให้ทุกเครื่อง เกียร์ LSD จะมีปั๊มไว้ที่เสื้อเกียร์แต่ถ้ามันจางหายไปก็ต้องดูที่รูตรงหัวเพลาเสียบด้านเกียร ์ ถ้าลองเอาไม้แหย่เข้าไปแล้วผ่านโดยไม่ติดอะไรก็แสดงว่าเป็นเกียร ์ LSD ถ้าเสียบไปแล้วติดกากบาทก็เป็นเกียร์ธรรมดาไม่ม ีLSD


เครื่อง B16A เลขเครื่องตั้งแต่ 5700000 ขึ้นไปจะไม่มีปลั๊กเขียวเซ็นเซอร์ใต้ โซลินอยด์ วีเทค อยู่แถวๆจานจ่าย เป็นตัวกลมๆ ถ้าเป็น B18C ฝาดำถ้าเป็นตัว 180 แรงม้าก็จะไม่มีปลั๊กเขียวนี้เช่นกัน ส่วนเครื่องฝาแดงทั่งหมดจะไม่มีปลั๊กเขียวตัวนี้ แต่ถ้าเป็นฝาแดงสเปกอเมริกาจะมีปลั๊กตัวนี้

เครื่อง B16A เลข 5800000 ในบอดี้ตาโตจะมีเซนเซอร์วัดปริมาณอากาศอยู่ที่ท่อยางก่อนเข้าคอไอดี และก็ไม่มีตัวเซ็นเซอร์ตรงเขาไอดีช่วงท่อ1และ2จะเป็นรอยอุดธรรมดา แต่ถ้าเป็นตัวก่


   อนหน้านี้ที่อยู่ในบอดี EG ทั้งหมดหรือ CRX จะมีเซ็นเซอร์อยู่ตรงเขาไอดีเท่านั้น ไม่มีตรงท่อยางก่อนเข้าคอไอดี

เครื่อง B18Cฝาดำ ถ้าเป็นตัว 180 แรงม้า ตรงคอไอดีจะมีตุ่ม 2 เม็ดแต่มันก็ไม่ได้มีผลเกี่ยวกับเครื่องมันดูเป็นรุ่นใหม่มากกว่า ก็เช่นเดียวกับเสื้อเกียร์ถ้าเป็น 180 แรงม้า และ B16A ของบอดี้ตาโตขึ้นไปจนกระทั่งฝาแดงจะมีรูอยู่ 2 รูอยู่ด้านหน้าไกล้ ๆ เลขเครื่อง
เครื่องฝาแดง เหล็กยึดไดร์ชาร์ตดูเหมือนจะเป็นสนิมแต่เขาจงใจทำมา แต่ถ้าเป็นพวก B16 หรือ B18 จะเป็นเหล็กพ่นสีดำ

ปีที่ผลิตของเครื่อง ก็จะดูได้ที่ฝาสูบด้านหน้าไกล้ ๆ คอไอเสีย อาจจะมองยากสักหน่อยเพราะมีเหล็กกันความร้อนของท่อบังอยู่ โดยจะยึดเอาเลข3ตัวจากซ้ายเป็นหลัก จะบอกเป็น ปี-เดือน-วัน ในการผลิต เครื่อง เช่น 7-04-15 หมายถึง ผลิตปี97 เดือน4 วันที่15 ครับ

 

ยาวชิบหายเลยทนๆอ่านกันหน่อยนะความรู้ๆ

January 23

เมาไม่ขับ

อืมๆ อันนี้เป็นวิทยาทานนะครับเอามาบอกต่อเผื่อโดนกับตัวเองจะได้รู้ว่าเค้าทำกันยังไงและไม่โดนหลอก
 
ถ้าท่านเกิดไปฉลองกับเพื่อนอย่างเมามันส์และเมามาย จนได้ที่ แล้วขับรถออกมาเจอด่านตรวจ สิ่งแรกที่ควรทำคือ ให้จอดข้างทางก่อนถึงด่าน แล้วหลับ หรือว่ารอจนกว่าด่านจะปิด แต่ถ้าพลาดแล้ว ขับผ่านไป ตร. จะให้เป่าเครื่องวัด อัลกอฮอ ซึ่งตรงนี้เรามีสิทธิไม่เป่าได้นะ อันนี้เน้น แต่ถ้าพลาดเป่าไปแล้ว อันนี้โดนเต็มๆ ต้องหาทางให้พี่เค้า "ช่วยเหลือ" แต่ความผิดฐานเมาแล้วขับนี่เป็นนโยบายหลักดังนั้นตร มักจะเดินตามเกม ท่านจะโดนควบคุมตัวไปที่สน. ลงบันทึกเป็นผู้ต้องหา แล้วเข้าห้องควบคุมตัว ซึ่งมีลักษณะเป็นกรงขังในสน. (อันนี้ ตร. จะควบคุมตัวท่านไว้เกิน 24 ชม. ไม่ได้ จะต้องส่งฟ้องศาลก่อน แต่ถ้าติดเสาร์อาทิตย์จะซวยเพราะศาลไม่ทำงานดังนั้นจะโดนนอนยาวในห้องขังจนกว่าจะถึงวันจันทร์) 
 
มาถึงตรงจุดนี้หากท่านมีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง ก็ขอให้เขามาช่วยเหลือได้ (คำแนะนำ ; ควรเอามือถือเข้าไปในห้องขังด้วยเพื่อความสะดวกในการติดต่อกับผู้อื่น) โดยการประกันตัวนั้นเท่าที่ศึกษามาจะไม่เท่ากันในแต่ละ สน. มีตั้งแต่ 1-3 หมื่นบาท หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ (แต่ต้องใหญ่หน่อย สัก c6 กำลังหล่อ)  หรือเอาทนายมาประกันได้ (ถ้าไม่มีหรือไม่รู้จักก็จ้างได้ คิดค่าจ้าง 3500 ล่ะมั้ง) โดยเมื่อประกันตัวออกไปแล้วจะต้องมารายงานตัวในวันรุ่งขึ้นที่สน. (หากติดเสาร์ หรืออาทิตย์ ก็จะเป็นวันจันทร์ถัดไป) และร้อยเวรเจ้าของสำนวนจะนัดเวลาที่ศาลอีกครั้งหนึ่ง
 
เมื่อถึงศาลแล้ว ณ จุดนี้วิธีปฏิบัติของแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน หลักๆแล้วซึ่งร้อยเวรเจ้าของสำนวนจะต้องไปพบอัยการเพื่อเอาสำนวนให้อัยการพิจารณา แล้วสั่งฟ้องอีกครั้งหนึ่ง เพราะ ตร. จะไม่มีอำนาจฟ้อง ต้องเป็นอัยการเท่านั้น หลังจากนั้นเค้าจะพาไปห้องพิจารณาคดี ซึ่งมักจะใช้เวลาไม่นานเพราะหลักฐานมันแน่นอยู๋แล้ว (เอามาจากเครื่องเป่า) ศาลจะอ่านคำพิพากษาให้ฟัง ซึ่งโทษของการเมาแล้วขับนั้น หากเป็นครั้งแรก จะถูกจำคุกสองเดือน ปรับ 4000 บาท โดยโทษจำคุกนั้นรอลงอาญา 2 ปี (เท่ากับว่า ไม่ต้องติดคุก แต่สองปีนี้ ห้ามทำความผิดในฐานเดียวกันนี้อีก ซึ่งในที่นี้ก็คือการ "เมาแล้วขับ") นอกจากนี้ จะโดนควบคุมความประพฤติอีก 1 ปี โดยต้องมารายงานตัวกันเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเป็นจำนวน 4 ครั้ง และท้ายที่สุด จะต้องบำเพ็ญประโยชน์อีก 24 ชั่วโมง
 
พอฟังคำพิพากษาเส็ด เค้าจะพาไปที่สำนักงานคุมประพฤติ เพื่อทำเรื่องและนัดเวลามาพบกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้น จะต้องกลับไป ส.น. เพื่อจัดการเรื่องใบขับขี้ ยัง ท่านยังไม่ได้ใบขับขี่ของท่านกลับหรอกครับ ความผิดฐานเมาแล้วขับนั้น ตร. จะยึด ใบขับขี่ไว้ 15 วัน (คือจริงๆเค้าไม่ต้องการให้ขับรถ 15 วัน เป็นการทำโทษ นั่นแหละ)
 
ไว้มีไรจะมาเล่าต่อ
 
Photo 1 of 11
No list items have been added yet.